วิเคราะห์ทีมเชฟฟีลด์เวนส์เดย์

สโมสรฟุตบอลเชฟฟีลด์เวนส์เดย์ (อังกฤษ: Sheffield Wednesday F.C.) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองเชฟฟีลด์ เทศมณฑลยอร์กเชอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1867 ปัจจุบันลงแข่งขันในฟุตบอลลีกแชมเปียนชิป โดยถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลระดับอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดสโมสรหนึ่งของโลก และมีอายุมากที่สุดเป็นลำดับที่ 3 ในระบบฟุตบอลลีกของอังกฤษ มีฉายาว่า The Owls หรือ “นกเค้าแมว”

ในอดีตสโมสรฟุตบอลเชฟฟีลด์ เวนส์เดย์ เคยเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษมาแล้ว 4 สมัย, เอฟเอคัพ 3 สมัย และฟุตบอลลีกคัพอีก 1 สมัย มีสนามเหย้าของตัวเอง คือฮิลส์โบโร สเตเดียม

ในปี ค.ศ. 2014 เชฟฟีลด์เวนส์เดย์ได้ถูกเดชพล จันศิริ นักธุรกิจชาวไทยซื้อกิจการด้วยเงิน 37.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,875 ล้านบาท) ซึ่งเป็นเงินส่วนตัวไม่เกี่ยวกับธุรกิจ และตั้งเป้าพาสโมสรขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2017 ซึ่งเป็นเวลาก่อนสโมสรก่อตั้งครบรอบ 150 ปี  โดยสโมสรเชฟฟีลด์เวนส์เดย์จบฤดูกาล 2016–17 ในอันดับที่ 4 ต้องไปเล่นเพลย์ออฟกับทีมสโมสรฟุตบอลฮัดเดอส์ฟีลด์ทาวน์ ผลปรากฏว่าพ่ายแพ้ต่อฮัดเดอส์ฟีลด์ทาวน์ทำให้ไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งต่อมาฮัตเดอร์ฟิลด์สามารถเลื่อนชั้นสู่พรีเมี่ยร์ลีกเป็นทีมสุดท้าย

 

วิเคราะห์ทีมเรดดิ้ง

สโมสรฟุตบอลเรดดิ้ง (อังกฤษ: Reading F.C.) เป็นสโมสรฟุตบอล แข่งขันอยู่ในเดอะแชมเปียนชิพของประเทศอังกฤษ เป็นสโมสรที่อยู่ในลีกล่างมากว่า 100 ปีก่อนที่จะสามารถเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในปี 2006 และเป็นการลงเล่นลีกสูงสุดครั้งแรกของสโมสรในยุคของสตีฟ ค็อปเปล เรดิงจบฤดูกาล 2006–07 ด้วยอันดับ 8 ก่อนที่จะตกชั้นลงในนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2007–08 ทำให้สโมสรต้องขายนักเตะตัวหลักอย่าง เควิน ดอยล์, เดฟ คิตสัน, ลีรอย ลิต้า รวมถึงที่ไม่ยอมต่อสัญญากับทีมอย่าง สตีฟ ซิดเวลล์ กัปตันทีมเรดิงที่ย้ายไปอยู่แอสตันวิลลา และเรดิงก็พลาดการเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกด้วยการแพ้เบิร์นลี่ย์ ในฤดูกาล 2009–10 เรดิงฟอร์มตกอย่างหนักเพราะสตีฟ คอปเปล ลาออกจากตำแหน่งและเป็นแบรนเดน ร็อดเจอร์ อดีตผู้จัดการทีมวัตฟอร์ดเข้ามาแทนที่ก่อนร็อดเจอร์จะถูกปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจากทีมเสี่ยงต่อการตกสู่ลีก วัน ทีมจึงแต่งตั้งให้ไบรอัน แม็คเดอร์ม็อด ผู้ช่วยผู้จัดการทีมขึ้นมาคุมทีมชั่วคราวและก็สามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วยการบุกไปชนะลิเวอร์พูล 2-1 ในเกมส์เอฟเอ คัพ รอบสามนัดรีเพลย์

 

วิเคราะห์ทีมนิวคาสเซิลยูไนเต็ด

สโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิลยูไนเต็ด (อังกฤษ: Newcastle United Football Club; ตัวย่อ: NUFC) เป็นทีมฟุตบอลอาชีพทีมหนึ่งในฟุตบอลลีกอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองนิวคาสเซิลอะพอนไทน์ มีชื่อเล่นของทีมว่า “แม็กพายส์” (“สาลิกาดง” หรือ “กางเขนเหล็ก” ในภาษาไทย) แฟนของทีมนิวคาสเซิลยูไนเต็ด จะมีชื่อเรียกว่า “ทูนอาร์มี” ซึ่งคำว่า “ทูน” นั้นเป็นภาษาแซกซัน คือคำว่า “ทาวน์” ที่แปลว่า “เมือง”

นิวคาสเซิลยูไนเต็ดถือว่ามีคู่แข่งในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วยกัน คือ ซันเดอร์แลนด์ และ มิดเดิลส์เบรอ

ในฤดูกาล 2015–16 นิวคาสเซิลยูไนเต็ดมีอันต้องตกชั้นลงไปเล่นในเดอะแชมเปียนชิป หลังจากที่จบการเล่นนัดที่ 37 ของฤดูกาล เนื่องจากมีเพียง 34 คะแนน และอยู่ในอันดับ 18 ของตารางคะแนน ซึ่งไม่สามารถไล่ตามทันทีมที่อยู่ในอันดับ 17 คือ ซันเดอร์แลนด์ ที่มี 38 คะแนน ได้ทันแล้ว เนื่องจากเหลือการแข่งขันอีกเพียงนัดเดียว

 

วิเคราะห์ทีมแอสตันวิลลา

สโมสรฟุตบอลแอสตันวิลลา (อังกฤษ: Aston Villa Football Club ) เป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลของประเทศอังกฤษ ในระดับพรีเมียร์ลีก เป็นสโมสรฟุตบอลอีกแห่งหนึ่งในเมืองเบอร์มิงแฮม อังกฤษ มีคู่ปรับร่วมเมืองคือ เบอร์มิงแฮมซิตี ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1874 เคยได้แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกหนึ่งสมัยในปี ค.ศ. 1982 ซึ่งเป็นยุคของโทนี่ บาร์ตัน โดยชนะ บาเยิร์นมิวนิก จากเยอรมนี ไปได้ 1-0 จากการยิงประตูของ ปีเตอร์ วิธ ในนาทีที่ 67 เคยได้แชมป์ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 (พรีเมียร์ลีกปัจจุบัน) ถึง 7 สมัย เอฟเอคัพ 7 สมัย ฟุตบอลลีกคัพ 5 สมัย ปัจจุบันไม่มีผู้จัดการตัวจริง เนื่องจาก พอล แลมเบิร์ต ถูกปลดออกในกลางเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 หลังจากมีผลงานที่ย่ำแย่มาก ชนะเพียง 5 นัด จาก 25 นัด ในลีก และต่อมา ทิม เชอร์วูด ถูกแต่งตั้งขึ้นมา ซึ่งเชอร์วูดสามารถทำให้สโมสรรอดพ้นจากการตกชั้นไปได้ และเข้าชิงเอฟเอคัพ แม้จะเป็นฝ่ายแพ้ไปก็ตาม แต่ต่อมาในปลายเดือนตุลาคม ปีเดียวกัน จากผลงานที่ย่ำแย่ในลีก 10 นัด ชนะเพียงนัดเดียว ทำให้เชอร์วูดก็ถูกปลดออกไป

และเป็นเรมี การ์เด อดีตกองหลังชาวฝรั่งเศสของอาร์เซนอลเข้ามาเป็นผู้จัดการแทน แต่ต่อมาไม่นานก็ถูกปลด และก่อนจะสิ้นฤดูกาลไม่นาน เหลือการแข่งขันอีก 4 นัด แต่ทว่าแอสตันวิลลากลับต้องตกชั้นสู่ลีกแชมเปียนชิปไปแล้ว เนื่องจากมีคะแนนห่างจากนอริชซิตี สโมสรที่อยู่อันดับ 17 ซึ่งจะเป็นสโมสรสุดท้ายที่จะไม่ตกชั้นถึง 15 คะแนน ซึ่งไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่รอดพ้นการตกชั้นไปได้ หลังจากแพ้ต่อแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ไป 1-0 ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด นับการเป็นตกชั้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร หลังจากลีกสูงสุดของอังกฤษเปลี่ยนชื่อจากดิวิชัน 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีก

 

5  ทีมบอลอังกฤษที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศ

อันดับ 1. แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ในเกาะอังกฤษได้ 35 ใบ // เป็นสโมสรที่แย่งความยิ่งใหญ่ไปจาก ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริงคว้าแชมป์ลีกสูงสุดแซงหน้า ลิเวอร์พูล เป็น 20 สมัยเมื่อปี 2013 ซึ่งนับเฉพาะยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คนเดียว แมนฯ ยูไนเต็ด ก็คว้าแชมป์ลีกสูงสุดมากถึง 13 สมัยนับตั้งแต่ที่กุนซือชาวสก็อตแลนด์เข้ามาคุมทีมเมื่อปี 1993 และภาพด้านบนคือภาพของเหล่านักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด (พอล อินช์, มาร์ค ฮิจว์ส, ไรอัน กิ๊กส์ และ ลี ชาร์ป) กำลังยินดีกับถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดใบแรกในรอบ 26 ปี ของสโมสร

 

อันดับ 2. ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ในเกาะอังกฤษได้ 33 ใบ // ในช่วงปี 1970 และ 1980 คือยุครุ่งเรืองของ ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริง คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ 18 สมัย และคว้าแชมป์ลีกคัพได้อีก 8 สมัย ซึ่งนับว่าเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลอยู่ในตอนนี้ นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์เอฟเอคัพ ได้อีก 7 สมัย ส่วนภาพด้านบนเป็นของแชมป์แข้งในตำนานของ ลิเวอร์พูล (รอนนี่ โมแรน, เคนนี่ ดัลกลิช และ รอย อีแวนส์) เมื่อปี 1990